“ท่านจงเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์ 

ดังที่พระบิดาเจ้าสวรรค์ของท่าน ทรงความดีอย่างสมบูรณ์เถิด”

(มัทธิว 5:48)

พระเจ้าทรงโปรดให้ดวงอาทิตย์ส่องแสงลงเหนือคนดีและคนชั่วเท่ากัน

ทรงโปรดให้ฝนตกเหนือคนชอบธรรมและคนอธรรมเหมือนกัน  
ตราบใดที่เรายังเป็นคนบาป เราก็ไม่อาจไปชี้หน้าปรักปรำใครอื่นได้ว่าเขาเป็นคนบาป

มีประโยคหนึ่งที่คนที่พบกับความทุกข์
คับแค้นใจมักจะเอ่ยขึ้นมา นั่นคือ “ไม่เจอกันตัวเองไม่รู้หรอก” 

หลายครั้งเราเอามาตรฐาน  ประสบการณ์ชีวิตของตัวเราเอง

ไปตัดสินคนรอบข้าง  ดูถูก  ตำหนิ  หรือแม้แต่เพียงเพื่อเอาชนะให้เขายอมในความคิดของเรา

“อยากเป็นคนดีอย่างสมบูรณ์” มันยากยิ่งกว่าสิ่งใด 

เพราะแค่จะเป็นคนดีในระดับธรรมดายังใช้ชีวิตผ่านไปแต่ละวันยากลำบากยิ่งนัก 

แต่ทุกครั้งที่ข้าพเจ้ารู้สึกท้อแท้ที่จะกระทำความดี 

เหนื่อยหน่ายและสิ้นหวังเมื่อถูกดูถูกดูแคลนจากใครบางคน 

หรือเมื่อคราที่ต้องเลือกระหว่างความพึงพอใจกับความถูกต้อง 

พระวาจาแห่งชีวิตก็สะกิดเตือนใจข้าพเจ้าให้อย่าทดท้อในความพยายาม

ที่จะกระทำความดีแม้มันจะยากเสียเหลือเกิน  และสิ่งใดที่พลาดพลั้งไปแล้วก็ให้ทิ้งมันไว้ข้างหลัง

เป็นบทเรียนของชีวิตว่าจะไม่กลับไปพลาดพลั้งเช่นนั้นอีก

“องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระกรุณาและทรงเมตตาสงสาร.........

พระองค์ไม่ทรงปฏิบัติต่อเราตามที่บาปของเราสมควรจะได้รับ 

ไม่ทรงตอบแทนเราให้สาสมกับความผิดของเรา” 

(สดุดี 103:8-10)

พี่ท่านหนึ่งซักถามข้าพเจ้าว่า “ข้าพเจ้ามีประสบการณ์ฝ่ายจิตกับพระเจ้าอย่างไรบ้าง 

ข้าพเจ้าจึงมั่นใจว่ามีพระเจ้าอยู่จริง”  

ข้าพเจ้าเล่าว่า ข้าพเจ้าเป็นคนบาป  บาปทั้งที่คนอื่นรับรู้และที่คนอื่นไม่ได้รับรู้ด้วย 

แต่พระเจ้าทรงรับรู้ในทุกกิจการบาปของข้าพเจ้า 

ความผิดพลาดบกพร่องของข้าพเจ้าถ้าจะใช้มาตรฐานของโลกวัด

ข้าพเจ้าก็คงเป็นคนชั่วช้าคนหนึ่ง  ความผิดพลาดบกพร่องของข้าพเจ้า

กลับถูกเมินเฉยเฉพาะพระพักตร์พระเจ้า  พระองค์ไม่ทรงเคยเหลียวมองบาปของข้าพเจ้าเลย 

ทำไมข้าพเจ้าจึงมั่นใจว่าพระองค์ทรงเมินเฉยต่อบาปของข้าพเจ้า 

เพราะข้าพเจ้าได้รับพระพรจากพระเจ้ามากมายเกินกว่าคนบาปคนหนึ่งสมควรจะได้รับ 

ตั้งแต่หน้าที่การงาน   เพื่อนพี่น้องรอบข้างทุกคน  ครอบครัว 

ล้วนเป็นพระพรที่พระเลือกสรรมาให้รายล้อมข้างๆชีวิตข้าพเจ้าทั้งสิ้น 

 มันเป็นความจริงที่ข้าพเจ้ายังมั่นใจว่า ตราบใดที่ข้าพเจ้ายังสำนึกตนเองว่าเป็นคนบาป

และมีความมุ่งมั่นที่จะเป็นคนดีให้ได้  พระเจ้าก็จะยังทรงเมตตากรุณาต่อข้าพเจ้าเช่นนี้ตลอดไป

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าพระเจ้าทรงเป็นอยู่

และมีพระทัยเมตตากรุณาหาที่สุดไม่ได้

“ทุกสิ่งล้วนเป็นของท่าน  แต่ท่านเป็น
ของพระคริสต์ และพระคริสต์เป็นของพระเจ้า”
(
1 โครินธ์ 3:23)

ตราบใดที่พระเจ้ายังเติมลมหายใจให้ข้าพเจ้าในแต่ละวันอยู่ 

ข้าพเจ้าก็ยังมีโอกาสที่จะเป็นคนดียิ่งๆขึ้น 

แม้จะมีบางวันที่ก้าวพลาดพลั้ง บางเวลาที่สะดุดล้มไปบ้าง 

แต่ข้าพเจ้าก็จะยังคงเป็นของพระเจ้า และเป็นของพระองค์นิรันดร์ไป

ดวงอาทิตย์    ทอแสงส่อง   ลงเหนือข้าฯ

คนชั่วช้า   รับแสงกล้า  เช่นกันไหม

ตราบตะวัน   ยังทอแสง  อยู่ฉันใด

ดีชั่วไซร้  ยังรับแสง  แห่งตะวัน

จงรำพึง  ถึงองค์   ผู้ทรงฤทธิ์

ผู้ประสิทธิ์  ประสาทพร  แห่งสวรรค์

จะดีชั่ว  เพียงใด   พระทรงธรรม์

ให้ตะวัน ฉายแสงส่อง  ลงเหนือเรา

จงรักกัน  และกัน  พระท่านสอน

แสงสะท้อน  แห่งภาพลักษณ์  จักบอกเล่า

ถึงเรื่องราว  ของความรัก  พระกับเรา

ที่เรียกเอา   คนผิดบาป  ได้กลับใจ

จะยื่นมือ  น้อยๆ  ไปคอยท่า

ผู้ที่มา  พึ่งพา   ยามโศกเศร้า

อีกคนบาป   ที่รอคอย   ความบรรเทา

ให้เทียบเท่า   พระรักเรา   เรารักกัน

……………………………………….

S