“โดยทางพระวจนาตถ์ ชีวิตอยู่ในพระองค์

และชีวิตเป็นแสงสว่างสำหรับมนุษย์

แสงสว่างส่องในความมืด และความมืดชนะแสงสว่างนั้นไม่ได้”

(ยอห์น 1:4-5)

*พระเจ้าทรงเป็นแสงสว่างของข้าพเจ้า

ใจของข้าพเจ้าจะไม่มืดบอดอีกเลย*

ข้าพเจ้าได้รู้จักกับรุ่นพี่ที่ทำงานท่านหนึ่ง

เธอเป็นเสมือนแสงสว่างแห่งความอ่อนโยน   การแบ่งปัน

แสงสว่างของเธอส่องสว่างให้คนรอบข้างที่เข้ามาสัมผัส

ข้าพเจ้าเป็นคนหนึ่งที่ได้สัมผัสและมองเห็นแสงสว่างนั้นชัดเจนจากรุ่นพี่ท่านนี้

ช่วงเวลา 14 ปีที่ข้าพเจ้าได้ทำงานร่วมกับรุ่นพี่ท่านนี้

ข้าพเจ้าได้ซึมซับ และรับเอาแสงสว่างแห่งความอ่อนโยนและการแบ่งปันมาด้วย

มันทำให้ข้าพเจ้าได้กลับมาย้อนทบทวนชีวิตตนเองว่า

เราเคยเป็นแสงสว่างให้คนรอบข้างบ้างหรือไม่

ทั้งๆที่เราทุกคนก็มีตะเกียงแห่งแสงสว่างของชีวิตที่พระเจ้าทรงมอบให้

ตะเกียงแห่งแสงสว่างของโลกต้องการน้ำมันเป็นพลังฉันใด

ตะเกียงแห่งแสงสว่างของชีวิตข้าพเจ้าก็ต้องการน้ำมันแห่งความเชื่อ

เป็นพลังในการส่องสว่างชีวิตตนเองและคนรอบข้างฉันนั้น

เมื่อเรามีแสงสว่างในตนเองเพียงพอแล้ว

เราก็สามารถส่องสว่างให้คนรอบข้างได้เช่นกัน

เพราะความมืดไม่สามารถเอาชนะความสว่างได้เลย

และที่ที่ความสว่างส่องแสงไปถึง  ก็จะไม่มีความมืดหลงเหลืออยู่อีกต่อไป

คริสตชนทุกคนเป็นแสงสว่างที่จะส่องสว่าง นำข่าวดีของพระคริสตเจ้า

ไปเป็นพลังชีวิตให้กับตนเองและคนรอบข้าง

ไม่ใช่..เข้าไป ณ ที่ใด ก็ทำให้ที่นั่นมืดมิด

แต่เมื่อเข้าไปที่ใด ที่นั่นจะสุกใส สว่างไสว สวยงาม

“เท้าของผู้นำข่าวดีมาประกาศบนภูเขาช่างงามยิ่งนัก

เขาประกาศสันติภาพ  นำข่าวดี  ประกาศความรอดพ้น”

(อิสยาห์ 52:7)

เพลง รอยเท้าผู้แพร่ธรรม ท่อนหนึ่งขับขานไว้ว่า

“...รอยเท้าผู้แพร่ธรรม ช่างงดงาม จริงหนอ

เดินตามพระอาจารย์  มุ่งมั่นจะสานต่อ

ภารกิจแห่งรักด้วยภักดี (นำข่าวดีสู่ทุกคน)...”

เทศกาลสมโภชพระคริสตสมภพปีนี้

เป็นอีกปีหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าจะไม่ให้ผ่านไปอย่างไร้คุณค่า

สิ่งแรกที่ข้าพเจ้าควรจะทำคือ ไตร่ตรองชีวิตของตนเองในปีที่ผ่านมา

ยังมีอะไรที่ผิดพลาด  ยังมีอะไรที่เป็นความมืดบอดในใจ

และยังไม่ได้เป็นแสงสว่างให้กับใครบ้างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต