“ผู้ใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง

ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

(ลูกา 18:14)

................................................

พระเยซูเจ้าตรัสเล่าเรื่องอุปมาเกี่ยวกับผู้ที่คิดว่าตนเป็นคนชอบธรรม

และคอยดูหมิ่นคนอื่นว่าเป็นคนบาป

พระองค์ตรัสสอนว่า

“ผู้ใดที่ยกตนขึ้นจะถูกกดให้ต่ำลง

ผู้ใดที่ถ่อมตนลง จะได้รับการยกย่องให้สูงขึ้น”

(ลูกา 18:14)

ข้าพเจ้าคิดถึงสังคมยุคปัจจุบันนี้

ที่ผู้คนต่างคอยจ้องจับผิดกันและกันในทุกๆ เรื่อง

ที่สำคัญคือ มองคนอื่นมากกว่าที่จะมองตนเอง

พยายามแก้ไขคนอื่นมากกว่าที่จะพยายามแก้ไขตนเอง

มีเหตุผลนานาประการเพื่อมาลบล้างความบกพร่องของตน

เหตุการณ์หนึ่งในช่วงสัปดาห์แห่งความทุกข์ระทมของประชาชนชาวไทย

ก็จะมีชนกลุ่มน้อยที่คอยออกมาปั่นป่วนแสดงความก้าวร้าว

โดยไม่เคยย้อนกลับไปมองตนเองว่าเคยทำอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างหรือเปล่า

นอกจากสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย และความแตกแยกร้าวฉาน

ชนกลุ่มนี้เราจึงสมควรส่งคำภาวนาเพื่อบรรเทาใจให้เขามีใจอ่อนโยนยิ่งขึ้น

และชนอีกกลุ่มหนึ่งที่คอยจ้องมองจับผิดผู้อื่น

โดยใช้คำว่า “ความถูกต้อง” มาเป็นข้ออ้างบิดเบือน “ความเป็นจริง”

รุ่นน้องคนหนึ่งเข้ามาระบายความโกรธให้ข้าพเจ้าฟังว่า

ผมใส่เสื้อสีน้ำเงินเข้มมาวัด  มีป้าคนหนึ่งว่าผมเสียมารยาท ไม่รู้จักกาลเทศะ

เพราะช่วงนี้ต้องไว้ทุกข์มิใช่หรือ’'

ผมบอกป้าคนนั้นว่า เมื่อวานผมไปแจกผ้าเย็นที่สนามหลวงมา...ชุดหมด

ป้าคนนั้นบอกว่าก็ซื้อเพิ่มสิคะ  ใส่แบบนี้ไม่สมควรอย่างยิ่งค่ะ

ผมทำผิดมากใช่ไหม?

ความรักทำด้วยใจ และมีมโนธรรมของแต่ละคนคอยตักเตือนว่าสมควรหรือไม่อย่างไร

เมื่อทุกคนทราบข้อตกลงหลักร่วมกัน หรือกฎระเบียบสังคมร่วมกันแล้ว

ที่เหลือเป็นเรื่องของจิตใจล้วนๆ ว่าใครพึงปฏิบัติอย่างไรให้ดีที่สุด

ตราบใดที่เรายังมองเศษฝุ่นในตาของคนรอบข้าง

เราก็จะไม่เห็นท่อนฝืนในตาของตัวเราเอง

ข้าพเจ้าก็เช่นกัน...ในวันที่ข้าพเจ้าช่วยน้องจับผ้าไว้ทุกข์ที่ป้ายหน้าโรงแรม

ข้าพเจ้ามิรับทราบถึงพิธีการในการจับสีผ้าขาวไว้บนหรือล่าง

ข้าพเจ้าจับผ้าสีขาวไว้บนและเอาสีดำลงล่าง

จับจนเสร็จเรียบร้อยอย่างเร่งรีบแก่เวลา

มีลูกค้าท่านหนึ่งกรุณาเดินมาบอกข้าพเจ้าว่าด้วยถ้อยคำที่สุภาพว่า

“เก่งจังเลยครับ จับเองเลย เออ...รู้สึกว่าผ้าสีดำน่าจะอยู่ข้างบนสีขาวนะครับ”

เรื่องบางเรื่องเมื่อเราเรียนรู้ว่าเราผิด เราก็แก้ไขปรับปรุง

เมื่อจิตสำนึก และมโนธรรมเราเตือนว่าผู้เตือนเราหวังดีต่อเรา

แต่บางคนอาจจะใช้คำพูดไม่เป็น หรืออาจจะมีตาไว้เพื่อมองความผิดของคนรอบข้าง

เราในฐานะคริสตชน ลูกของพระ  เรามีหน้าที่ให้อภัย

ข้าพเจ้าไม่ได้บอกว่ามันเป็นสิ่งง่ายที่จะให้อภัยใครสักคนที่ทำร้ายเรา

โดยเฉพาะการถูกทำร้ายด้วยคำพูดที่เรามักโดนกันบ่อยๆ

ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าถูกทำร้ายด้วยคำพูด

ข้าพเจ้าจะพยายามมองความผิดบกพร่องของตนเองเพื่อให้อภัยเขา

บางทีความผิดบกพร่องของข้าพเจ้ายังมายิ่งกว่าเสียอีก

..............................................

“องค์พระผู้เป็นเจ้าจะทรงช่วยข้าพเจ้าให้พ้นจากการประทุษร้ายทั้งสิ้น

และจะทรงนำข้าพเจ้าไปสู่พระอาณาจักรสวรรค์ของพระองค์อย่างปลอดภัย”

(2 ทิโมธี 4:18)

..............................................

คนดีมีธรรม มีความดีอยู่ที่ใจและแสดงออกมาเป็นการกระทำ

เขาไม่ต้องป่าวร้องถึงกิจการดีของเขาให้ใครรับรู้

แต่กิจการดีของเขาจะส่องแสงสว่างท่ามกลางคนทั้งหลาย

และอาณาจักรสวรรค์คือผลรางวัลของเขา

คนดีมีธรรมยังมีคนนินทาว่าร้าย

แล้วเราเล่าเป็นใครกัน จึงจะหลีกพ้นได้จากคำนินทา

..............................................

วิญญาณของ คนดี  มีคุณธรรม

ย่อมโน้มนำ  ทางธรรม  พบหรรษา

จะอยู่ถิ่น  ฐานใด   ใจเมตตา

ย่อมนำพา   สิ่งดี   สู่ผู้คน

วิญญาณของ   คนดี   มีคุณธรรม

ย่อมเลิศล้ำ  ด้วยธรรม  อันเปี่ยมล้น

มีสองมือ  คอยอุ้มชู  ผู้ยากจน

มีสองเท้า ที่ดั้นด้น  บนหนทาง

..........................................

S